การหน่วง · การสั่นพ้อง · กรณีศึกษาในชีวิตจริง
| # | b | T วัด (s) | T ทฤษฎี | %error |
|---|
ปุ่ม "🔖 จับคาบ T อัตโนมัติ" — ระบบตรวจ peak ทุกครั้งและคำนวณ T ให้เลย ไม่ต้องวัดเอง
เครื่องมือ caliper ในห้องแลปฟิสิกส์ใช้วัด ระยะระหว่างจุด — ที่นี่เราจำลองโดยลาก 2 เส้นบนกราฟเพื่อ วัดเวลาระหว่าง peak = คาบ T แม้กราฟจะกระเพื่อม snap-to-peak ช่วยให้ตำแหน่งแม่นยำ
| ครั้งที่ | b (N·s/m) | T วัด (s) | A_max (m) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 0 | under-damped | ||
| 2 | 0.1 | |||
| 3 | 0.5 | |||
| 4 | 1.0 | เข้าใกล้ critical |
ในโหมดนี้ เส้น f_natural บนกราฟถูกซ่อน และค่าใน readout ก็ปิดไว้ — นักเรียนต้องค้นหาความถี่ resonance เอง
เห็นเส้น f_n สีเขียวบนกราฟ + ปุ่ม "Auto-Sweep" กวาด 0.1→3 Hz อัตโนมัติ — ใช้ หลังเรียน เพื่อยืนยันว่าตำแหน่งที่หาเองตรงกับ Lorentzian theory ไหม
| # | f_drive (Hz) | A (m) | # | f_drive (Hz) | A (m) |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 0.2 | 9 | 1.8 | ||
| 2 | 0.4 | 10 | 2.0 | ||
| 3 | 0.6 | 11 | 2.2 | ||
| 4 | 0.8 | 12 | 2.4 | ||
| 5 | 1.0 | 13 | 2.6 | ||
| 6 | 1.2 | 14 | 2.8 | ||
| 7 | 1.4 | 15 | 3.0 | ||
| 8 | 1.6 | f_resonance = ____ Hz · Q = ____ | |||
| กรณี | f_natural | แหล่งแรงขับ | เป็นปัญหา/ประโยชน์ | การจัดการ |
|---|---|---|---|---|
| Tacoma 1940 | ||||
| Wine Glass | ||||
| ชิงช้า | ||||
| MRI | ||||
| LIGO | ||||
| Taipei 101 |
ปุ่ม "📥 Export ข้อมูลทั้งหมด (JSON)" ที่ side-panel จะดาวน์โหลดไฟล์ .json ที่มีฟิลด์ครบ:
เมื่อมวล-สปริงมีแรงต้าน (เช่น แรงเสียดทาน, แรงหนืดของของเหลว) สมการการเคลื่อนที่กลายเป็น:
คำตอบในช่วง under-damped (b² < 4mk):
เมื่อมีแรงขับภายนอก F(t) = F₀·cos(ω_drive·t) สมการกลายเป็น:
แอมพลิจูดในสภาวะคงตัว (steady-state amplitude) — Lorentzian curve:
Resonance peak เกิดเมื่อ ω_drive ≈ ω₀ = √(k/m) ทำให้ตัวส่วน (k − mω²) = 0 เหลือเพียง bω → A สูงสุด
ไม่ใช่ทั้งหมด. ในระบอบ under-damped (ที่เห็นในห้องเรียน b เล็ก) ความถี่ damped ω_d = √(ω₀² − (b/2m)²) เปลี่ยน นิดเดียว เมื่อ b เล็ก → สังเกตยาก
สิ่งที่เปลี่ยน ชัดเจน คือ แอมพลิจูด (เกิด exponential decay) ไม่ใช่คาบ
ทดลองยืนยัน: ฐาน A → ตั้ง b = 0, 0.1, 0.5 → จับคาบ T → T แทบไม่ขยับ
ไม่ใช่. Resonance คือ การสะสมพลังงาน เมื่อแรงขับมีความถี่ตรงกับความถี่ธรรมชาติของระบบ ระบบดูดกลืนพลังงานทุกรอบจน A พุ่งขึ้น
การสะท้อน (reflection) คือคลื่นชนสิ่งกีดขวางแล้ววกกลับ — เป็นคนละปรากฏการณ์
ทดลองยืนยัน: ฐาน C → preset Wine Glass → เห็นว่าแก้วสั่นพ้องเพราะ เสียงตรงความถี่ ไม่ใช่เพราะเสียงสะท้อน
ไม่ใช่. ขนาดของแรงขับ F₀ ส่งผลต่อ สเกล ของแอมพลิจูด แต่ ตำแหน่งของ peak (ที่ไหนถึง resonance) ขึ้นกับ ความถี่ เท่านั้น
F₀ ใหญ่แต่ ω_drive ห่าง ω₀ → A ก็ยังเตี้ย
ทดลองยืนยัน: ฐาน B → ตั้ง F₀=5 N, f_drive=0.5 Hz (ห่าง f_natural ≈ 2.25 Hz) → A ≈ น้อยมาก
เทียบกับ F₀=1 N, f_drive=2.25 Hz → A สูงกว่ามาก
สะพานพังเพราะ aeroelastic flutter — ลมความเร็ว ~67 km/h ทำให้เกิดกระแสน้ำวน (vortex shedding) ที่ความถี่ใกล้ f_natural ของสะพาน (~0.2 Hz) → สะพานสั่นพ้องจน A ใหญ่จนพัง
ลูกตุ้มเหล็ก 660 ตันแขวนชั้น 87-92 ปรับ f_natural ของลูกตุ้มให้ตรงกับตึก → เมื่อตึกสั่น ลูกตุ้มสั่นย้อนเฟส → ดูดพลังงานออก ลด A ได้ ~40%
แก้วมี f_natural ขึ้นกับรูปทรงและของเหลว เมื่อเสียงความถี่ตรงกับ f_natural → ผนังแก้วสั่นจน A ทะลุจุดแตก (ใช้ Q สูงของแก้วคริสตัล)
โปรตอนใน body มี Larmor frequency ขึ้นกับสนามแม่เหล็ก ส่งคลื่น RF ตรงความถี่ → โปรตอน ดูดพลังงาน (resonance) → ปล่อยกลับมาอ่านได้ ใช้ทำภาพ — เป็นการ ใช้ประโยชน์ resonance
กระจกแขวนเป็นลูกตุ้มหลายชั้น (passive isolation) ออกแบบให้ f_natural ต่ำมาก (< 1 Hz) → คลื่นความโน้มถ่วงความถี่สูง (~100 Hz) อยู่ เหนือ resonance → กระจกแทบไม่ถูกรบกวน sensitive ถึง strain ~10⁻²¹
ผู้ใหญ่ผลักจังหวะตรงกับ f_natural ของชิงช้า (~0.5 Hz) → A เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ — ตัวอย่าง resonance ที่ ใช้ประโยชน์ โดยไม่ต้องออกแรงมาก